
Liem Thitadhammo
Luang Por Liem Thitadhammo (Phra Thepvajiranyan) is a senior Thai Forest Tradition monk and abbot of Wat Nong Pah Pong, Thailand, successor to Ajahn Chah.
1
APPEARANCES
1
PODCASTS
012
DEC 30
JAN 6
JAN 13
JAN 20
JAN 27
FEB 3
FEB 10
FEB 17
FEB 24
MAR 3
MAR 10
MAR 17
MAR 24
MAR 31
APR 7
APR 14
APR 21
APR 28
MAY 5
MAY 12
MAY 19
MAY 26
JUN 2
JUN 9
JUN 16
JUN 23
JUN 30
JUL 7
JUL 14
JUL 21
JUL 28
AUG 4
AUG 11
AUG 18
AUG 25
SEP 1
SEP 8
SEP 15
SEP 22
SEP 29
OCT 6
OCT 13
OCT 20
OCT 27
NOV 3
NOV 10
NOV 17
NOV 24
DEC 1
DEC 8
DEC 15
DEC 22
DEC 29
JAN 5
JAN 12
JAN 19
JAN 26
FEB 2
FEB 9
FEB 16
FEB 23
MAR 2
MAR 9
MAR 16
MAR 23
MAR 30
APR 6
APR 13
APR 20
APR 27
MAY 4
MAY 11
MAY 18
MAY 25
JUN 1
JUN 8
JUN 15
JUN 22
JUN 29
JUL 6
JUL 13
JUL 20
JUL 27
AUG 3
AUG 10
AUG 17
AUG 24
AUG 31
SEP 7
SEP 14
SEP 21
SEP 28
OCT 5
OCT 12
OCT 19
OCT 26
Sep 5, 2026
Teaching for the Rains Retreat
0:00
25:34

Liem ThitadhammoGUEST
จิตตัง ทันตัง สุขะ วะหัง จิตที่ฝึกได้แล้วนำสุขมาให้ เรามีส่วนประกอบ มีรูปกับนาม มีกายกับใจ รูปกับนาม กายกับใจเราก็เรียกกันในรูปแบบว่าธรรม คือธรรมชาติ ร่างกายอันเป็นส่วนประกอบของวัตถุ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ วิญญาณ สภาวะอันนี้มีส่วนดำรงอยู่ได้ไม่เกินร้อยรอบของโลกที่มีส่วนกับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ โลกขันธ์อันมีบุคลิกว่องไวสองกำมะหยี่วานหักเห Вวาระสุดท้ายก็กลับไปสู่สภาพเดิม ดินไปสู่ดิน น้ำไปสู่น้ำ ไฟไปสู่ไฟ ลมไปสู่ลม ไม่มีอะไรที่คงทนถาวรเที่ยงแท้แน่นอน มุ่งบอกถึงความจริงของธรรมชาติ ความจริงของธรรมชาติเขาทำหน้าที่อย่างนี้ ฉะนั้นในฐานะที่ว่าเรามามีส่วนเดินตามรอยตามรอยของพระยุคลบาทตามรอยของพระอริยเจ้า เราก็มีส่วนมาปรับตัว มองตัวในแง่กาย มองตัวในแง่ว่าอย่าถือว่าเป็นเรา อย่าถือว่าเป็นของเรา ให้ถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมที่เขามีส่วนทำหน้าที่ เขาทำหน้าที่ในรูปแบบสามัญญะแห่งสัจธรรมของไตรลักษณ์ เรามามีส่วนปรับตัวกันออกจากพื้นที่ออกจากสถานที่ที่เราเรียกกันในหลักการว่าเนกขัมมะ แปลว่าการออกออกจากความสำคัญตัวสำคัญตน ปรับตัวมีมุมมองในแง่ให้เป็นส่วนประกอบของธรรมคือธรรมชาตินั้นเอง ฉะนั้นก็มามีส่วนทำหน้าที่ทำหน้าที่อย่างไม่ประมาท ทำหน้าที่อย่างผู้มีสติ เพราะถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมธรรมที่มีอุปการะมาก ความมีสติเราจะอยู่ในอริยบทไหน จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะเกี่ยวข้องกับสภาพสิ่งแวดล้อม ก็มองตัวในแง่ให้เกิดความรู้สึกคลายความกำหนัดย่อมใจ เราจะได้รับสัมผัสการวางการปลง เพราะการวางทำให้เรารู้สึกเบา ฉะนั้นเราก็มีส่วนมีสติกำหนดดูกันบ้าง สุทั้งหลายจงมาดูโลกอันนี้ที่พระองค์ให้เป็นข้อมูล อันนาฏการดุจราชรถที่พวกคนเขามัวเมาโบกโยก แต่ท่านผู้รู้นั้นขาข้องอยู่ไม่ เพราะรู้ว่าอันนี้มีส่วนไม่เป็นอิสระนำมาซึ่งความรู้สึกที่เป็นภาระ เราก็มามองกันบ้าง มีสติก็มามองดูตัวเอง มามีส่วนกำหนดพื้นที่ของตัวเองให้มันมีส่วนให้เกิดความเห็นถูก ให้เกิดความเข้าใจถูก ความเห็นถูก ความเข้าใจถูก เราจะมีอารมณ์คลาย แล้วจะมีอารมณ์วาง หรือเราเรียกในหลักการว่าองค์ของนักปัฏฐิมโอวาทอันมีส่วนของความหวังดีที่พระองค์ให้แก่ผู้สนใจใฝ่ต่อความหลุดพ้น ท่านก็ให้รู้จักวางรู้จักปลง ท่านให้ในรูปแบบว่าสัพพสังขารทั้งที่มันเป็นส่วนด้านรูปธรรม ทั้งที่มันเป็นส่วนด้านนามธรรมเรียกว่าเป็นส่วนที่ควรวางควรปลง ปลงสังขารท่านให้ข้อมูลอย่างนี้ สังขารสังขตะแปลว่าปรุงแต่ง ปรุงให้เย็นดี ปรุงให้พอใจ ปรุงให้เย็นร้าย ปรุงให้ไม่พอใจ ทำนองนี้ล้วนแล้วแต่เป็นกิริยาของผู้เยาว์ กิริยาของผู้ยังไม่มีภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงพอ ฉะนั้นความมีสติควรที่จะมีส่วนเกี่ยวข้อง ควรที่จะมีส่วนให้มีอยู่ในรูปแบบว่าไม่ประมาท จะไปกำหนดดู ดูกายดูใจ เราไม่ได้ถือว่าเป็นเราให้ถือว่าเป็นธรรม ร่างกายก็เป็นส่วนหนึ่งของรูปธรรม ส่วนด้านความรู้สึกก็เรียกว่านามธรรม เป็นสภาวะอันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีสติกำหนดดูกันบ้างจะได้สัมผัสอะไร จะได้สัมผัสความสงัดสงบ สงัดกายเป็นกายวิเวก สงัดความรู้สึกเป็นจิตตวิเวก ให้ถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเขาทำหน้าที่ ทำหน้าที่ในรูปแบบของกำหนดรู้กำหนดรู้ความมีสติ เราจะอยู่ในลักษณะอริยาบถไหนของด้านรูปขันธ์ เพราะรูปขันธ์มีส่วนกับอริยบทและก็สภาพสิ่งแวดล้อม ยืนเดินนั่งนอนสภาพสิ่งแวดล้อมอันเป็นส่วนหนึ่งของความมืดสว่าง อือร่างกายอันเป็นส่วนหนึ่งของด้านรูปธรรม เขายังมีส่วนทำหน้าที่ร่างกายได้สัมผัสกับแสงพระอาทิตย์มันก็มีส่วนของการเกร็งตัวและก็มีความรู้สึกดำรงอยู่ได้ ส่วนเวลามีความมืดมันก็คลาย เราก็เรียกว่าจำวัด จำวัดหมายถึงการคลาย ทำนองนี้เลย มีสติอยู่ในรูปแบบของผู้กำหนดรู้คือดูให้มันออกแล้วก็มีส่วนเกี่ยวข้องบอกให้มันได้ แล้วก็มีส่วนปรับตัวใช้ให้มันเป็น ดูออกบอกได้ใช้เป็นสะอาดสว่างสงบ มันไม่ได้อยู่ที่อื่นอยู่ที่เราทำหน้าที่เรียกว่าปฏิวัติ พัฒนาก็ให้มีส่วนร่วม พัฒนาก็เราก็เรียกว่าภาวนา ภาวนามีสมถะอารมณ์ให้เกิดความสงบใจ วิปัสสนาภาวนารู้เห็นตามความเป็นจริง อันนี้ก็ดูกันบ้าง ฉะนั้นการทำหน้าที่ของผู้เห็นโทษเห็นภัยในวัฏสงสาร มันมีส่วนทำให้เราได้ได้ในรูปแบบเรียกว่าเห็นความจริงของความเป็นธรรม โยธัมมังปัสสะติ โสมังปัสสะติ ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา ผู้ใดเห็นเราผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม เราพากันทำหน้าที่กัน เราอยู่ในฐานะเรียกว่ามีส่วนเอื้ออำนวย เราก็เรียกว่าความเป็นสัตว์ประเสริฐเรียกว่าความเป็นมนุษย์ มนุษย์มีสติปัญญารู้ว่าอะไรมีคุณก็มีส่วนให้การสนับสนุน รู้ว่าอะไรมีส่วนมีโทษก็พยายามเลิกละ เออเราพอรู้จักกันอยู่แล้ว สิ่งท่านมีโทษสิ่งก่อให้เกิดความรู้สึกรึงรัดเผาลนทิ่มแทง เราก็เรียกในรูปแบบว่าอกุศล โลภมูลในรูปแบบหลักภาคทฤษฎี โทสะมูลในหลักการท่านเรียกว่าราคักขิณา โทสะขิณา โมหะขิณา เป็นสภาวะที่มีส่วนให้เกิดความรู้สึกเรียกว่ามีความร้อน ความร้อนไม่ใช่ความร้อนแบบพลังงานที่เราได้สัมผัส แต่เป็นความร้อนเพราะความรู้สึกอยู่ในรูปแบบไม่สมบูรณ์เรียกว่ายังไม่รู้ โทสะมูลเป็นยังไงก็พอนึกออกได้เพราะเราก็พอที่จะสัมผัสกันได้ เช่นเรามีอารมณ์ของความขุ่นเคืองและบอกความขุ่นเคืองมันก็เผาลนอยู่แล้ว มันก็มีทิ่มแทงอยู่แล้ว งั้นเรามีสติกำหนดดูจิตของตน ระวังจิตของตนในหลักการว่า เย จิตตัง สัญญะเมธ สันติ โมกขันติ มะระพันธะนา ตามดูจิตของตน ระวังจิตของตน คนนั้นจะพ้นจากบ่วงเครื่องผูกพัน ทำนองนี้ อันนี้ก็มีการกำหนดดูกันบ้าง ฉะนั้นการมีโอกาสมามีส่วนส่งเสริมอย่างนี้ ถือว่าเรามีส่วนทำหน้าที่ในรูปแบบผู้เห็นโทษเห็นภัย ในวัฏสงสาร อือภายในวัฏสงสารก็ไม่ใช่พลังงานแบบภายนอกแต่มันเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึก อือมีสติมากำหนดดูกันบ้าง ถ้าจิตเป็นอกุศลมีอารมณ์ในรูปแบบวิตกกังวลก็ให้เป็นที่มาของศัตรูและก็เป็นที่มาของเวรภัย ก็มองดูกันบ้างมีสติมองดูกันบ้าง ถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะเกิดความรู้สึกไม่สมบูรณ์ได้ ฉะนั้นการมีส่วนของการเป็นอยู่แบบมีผู้รู้เราก็เรียกว่าความมีสติ สติวินัยท่านเรียกว่าสติสัมโมสา คือมีสติมีส่วนสมบูรณ์เป็นเหมือนกับว่ามีเครื่องกางกั้น มีระบบของการห่อหุ้มเราได้รับความปลอดภัย อันนี้ก็คิดดูกันบ้าง ฉะนั้นการปฏิบัติธรรมเราก็มีส่วนให้ความรู้สึกกันอยู่แล้วถือว่าเรามีส่วนมาทำหน้าที่ ฉะนั้นท่านจึงให้หลักการว่าปฏิบัติธรรมเรียนธรรมเป็นธรรมะ เรียนเพื่อละทุกข์ใจไม่ท้อถอย แต่ลองเรียนลงที่ทุกข์ยิ่งเข้าหน่อยท่านพูดอย่างนั้น แต่ต้องมีสติไม่เลื่อนลอยมองให้เห็นตามเป็นจริง คิดดูกันบ้างถ้าเรามีส่วนกำหนดดูจุดนี้ด้วยความรู้สึกที่เรียกว่ามีส่วนไม่ประมาท อือจะถึงจุดหมายอันเป็นส่วนประกอบให้เกิดความรู้สึกมีความสงัด มีจิตสงบมีอารมณ์สบายทำนองนี้แหละ คำว่าสบายคือวางปง ปงลงได้วางลงได้คิดดูให้ดี พื้นที่ของเราที่เราอยู่นี้เราก็ยังให้การสมมติว่าอภัย คำว่าอภัยคือไม่ไม่ถือสา ภาษาอีสาน บ่ายความสำคัญวางปงให้อภัยเพราะความบกพร่องผิดพลาดมันอาจจะเกิดเพราะยังไม่พร้อม เมื่อมันไม่พร้อมเราก็ต้องรู้จักให้อภัย ภาษาเราก็เรียกว่าทานะจาคะ สละสิ่งที่มันเป็นข้าศึกแก่ความจริงของใจ ก็คิดดูกันบ้าง ถ้าเรามีส่วนมากำหนดดูจุดนี้ถือว่าเราอยู่ในพื้นที่ กำหนดดูพื้นที่ว่ามันสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ ถ้าพื้นที่ไม่สมบูรณ์เราต้องปรับปรุง ปรับปรุงอยู่ในรูปแบบไม่ให้ถูกบดบัง ไม่ให้ถูกสิ่งที่มันมีส่วนกางกั้นมามีส่วนเป็นอุปสรรค ระบบเครื่องกางกั้นท่านเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งทำให้เราไม่บรรลุถึงจุดที่เรามีส่วนประสงค์ ภาษาหลักการท่านเรียกว่านิวรณ์หรือมารทำนองนี้ [เสียงหัวเราะ] มารก็คือศัตรูนั่นแหละ [เสียงหัวเราะ] นิวรณ์ก็เครื่องหน่วงเหนี่ยว ระบบเครื่องหน่วงเหนี่ยวก็ไม่สะดวก เปลือยพลอยให้เกิดความรู้สึกไม่สำเร็จ นิวรณ์ตามรูปแบบภาคทฤษฎีภาคปริยัติก็พอรู้จักกันอยู่แล้ว อือกัมมัชฌันทะหมายถึงความยินดี ความยินดีมันก็เป็นส่วนหนึ่งของอุปสรรค จะเป็นส่วนหนึ่งของความไม่สะดวก ภาษาท่านเรียกว่าความทุกข์แบบปกปิด เป็นความทุกข์แต่ว่ามันปกปิดทำนองนี้ อันนี้ก็ดูกันบ้างความยินดีว่ามันจะเป็นส่วนเป็นประโยชน์มันก็ยังมีส่วนมีโทษ อือเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องกางกั้น ระบบของเครื่องกางกั้น ยินดียินร้ายมันเป็นกิริยาของผู้อ่อนแอ [เสียงหัวเราะ] ผู้ไม่มีพละผู้ไม่มีกำลัง คนไม่มีกำลังก็ท้อแท้เกิดความท้อแท้ว่าไม่ไหวทำนองนี้ ความจริงต้องถือหลักอันเป็นส่วนหนึ่งที่พระองค์ทรงมีทำหน้าที่แม้แต่เลือดเนื้อเอ็นกระดูกจะเหือดแห้งไปก็ตามที ท่านพูดอย่างนั้นท่านให้ข้อมูลอย่างนี้ ถ้าเลือดเนื้อเอ็นกระดูกมันเหือดแห้งไปเราก็บอกว่าตายแล้ว นี่ก็คล้ายๆกันคิดว่ามันตายอยู่แล้ว ร่างกายอันเป็นส่วนประกอบของเซลล์มันไม่ได้อยู่เฉยๆมันทำหน้าที่ตาย ตายแล้วเกิด ตายแล้วเกิดอยู่อย่างนี้ อันนี้ก็คล้ายๆกัน เราทำหน้าที่ในรูปแบบอย่าไปทอดแท้ทอดทอน หรือว่าที่พระองค์ได้มีส่วนให้ข้อมูลนี้ไม่ใช่ท่านต้องการอะไร ต้องการอยากให้เราได้เห็น เห็นโทษ เห็นอันตราย เห็นความไม่สมบูรณ์ ถ้าเราทำกันอย่างเรียกว่าไม่ประมาทมันก็มีส่วนให้เกิดความรู้สึก เหมือนเราเดินทางเหมือนกัน เดินทางเราเดินแต่ละก้าวมันก็ตัดระยะทาง แต่ถ้าเราเดินไม่หยุดถึงว่ามันจะมีกี่ไมล์กี่ มันก็ไม่มีอะไร เราจะทำหน้าที่ยังไง ทำหน้าที่ในรูปแบบเรียกว่าเออเอกัคคตาอุเปกขา อย่าอาศัยความอยาก อยากให้มันถึงจุดนั้นอย่าไปอาศัย เพียงแต่ว่าจะเอาธรรมของเราด้วยความรู้สึกไม่ถูก ความอยากผูกใสจิตใจมันก็คลายไปเอง มันวางไปเองไม่มีลักษณะต้องมีความอยากอะไร ความอยากท่านเรียกว่าเป็นธรรมของปุถุชน เป็นธรรมของผู้มีฝ่าในดวงตา อืมต้องดูกันอย่างนั้น ว่าความอยากจะเป็นประเภทไหนในรูปแบบที่เราเรียกว่าอ่าความด้อยความพร่อง เพราะตัณหาเป็นส่วนหนึ่งของความด้อยความพร่อง พร่องอยู่เป็นนิจไม่รู้จักอิ่มเหมือนไฟไม่รู้จักพอด้วยเชื้อ ไฟมันเป็นอย่างนั้น อาจจะเติมเชื้อเท่าไหร่ไฟมันก็ไม่พอ ความอยากก็เหมือนกันนั้นต้องมีสติกำหนดดู กำหนดวาง กำหนดปองถือสามัญญะแห่งไตรลักษณ์เป็นส่วนประกอบ เราเรียกว่าวิปัสสนาแปลว่ารู้ เออรู้แล้วเห็นแล้วทำนองนี้แหละ ก็ไม่ได้อาศัยความอยากแต่อาศัยความมีสติ อยู่ในรูปแบบผู้พอคำว่าพอเป็นส่วนของความเอิบอิ่ม แล้วบอกความเอิบอิ่มเราไม่มีอะไรต่อเติม ใครจะว่ามากว่าน้อยเราไม่มีอะไรที่จะมีส่วนให้ข้อมูลอย่างนั้น อันนี้ก็ชี้ดูกันในฐานะว่าเราทำหน้าที่เดินตามรอยก็จะอยู่ในระเบียบหมวดไหน อยู่ในพื้นที่ใด เราทำหน้าที่ของความเป็นผู้เดินตามรอยเรียกว่าเนกขัมมะออกออกจากพื้นที่ออกจากสถานที่ เช่น พระองค์ออกจากราชสำนัก [เสียงหัวเราะ] คล้ายๆออกจากเครื่องผูกพัน ออกจากเครื่องจองจำ นี่ก็คล้ายๆกันอยู่แล้ว ออกจากความยินดียินร้ายอันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมของชั้นปุถุชนเสีย ปรับตัวอย่าไปมีส่วนยินดียินร้ายอะไรเลย วางตัววางตนในรูปแบบเอกัคคตาอุเปกขาของการเป็นโยมผู้มีส่วนของความสะอาด ถ้ามีความสะอาดแล้วมันลดความร้อน ถอนความเมา ยังทำให้เราอยู่ในรูปแบบเป็นที่มาของมิตรภาพ เป็นที่มาของความเป็นผู้มียะอยู่ทุกหนทุกแห่ง มันก็ทำให้เรามีจิตใจที่สบาย อื้มทำมาจิตสบายใจสบาย มันไม่มีสุขไม่มีทุกข์นะ แต่เป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ฉะนั้นในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาเรามามีส่วนปรารภความเพียรกัน ความมีสติกัน อ่าสติปัฏฐานฐานเป็นที่ตั้งของสติก็มีอยู่ในหลักการอยู่แล้ว อันนี้ก็ให้ความสำคัญกันว่านี้ในฐานะเทศกาลเรามีส่วนปฏิบัติกันมาตามที่อุปาจารย์ได้นำพา เราก็มีการแสดงออกเรียกว่าเป็นสัมมาคารวะถวายเครื่องสักการะบ่งบอกถึงการมีส่วนสร้างความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกัน มีอะไรเราก็มีส่วนแนะนำตักเตือนกันได้ ให้ฉะนั้นเราอยู่ในพื้นที่อภัยคีรีก็ตั้งจิตตั้งใจกัน ไม่มีอะไรมาก อือถือว่าโลกอันนี้มันไม่มีอะไรแตกต่างกัน อยู่ในพื้นที่ไหน ที่เราอยู่ในรูปแบบผู้มีจิตใจสะอาด มีอารมณ์สงบ มันก็มีความสุขจิตตัง ทันตัง สุขะ วะหัง จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้ อันนี้ก็เข้าใจกันเด้อ ผมก็ไม่มีอะไร ก็สุขภาพก็พอ เป็นไปตามพระจันทร์ค่ำแหลม ไปตามเรื่องมัน มันให้โอกาสกัน ปฏิบัติกัน ทำหน้าที่กัน Saaadhuu เรื่องเราผมก็ดีใจด้วยที่พยายามทำหน้าที่กัน หรือว่าเรามีส่วนทำหน้าที่ในรูปแบบ มีโอกาสทำประโยชน์ต่อสังคม โลกมนุษย์เราก็ถือว่าเป็นโลกที่เรามีส่วนสำคัญกันอยู่แล้ว บ่มีไฟไหม้ป่าตั๋ว [หัวเราะ]
S
25:28speaker_1UNKNOWN
ไม่มีครับ [หัวเราะ] ไฟไหม้ ไฟไหม้ เพราะภัยที่มีครับ

Liem ThitadhammoGUEST
เป็นไร เรามีผู้ไปให้ข้อมูลอยู่ ก็มีความรู้สึกว่าไม่มีอะไรพอที่จะวิตกกังวลก็ดีแล้ว สบายดีนะ